Chaiwat HOWANNAPAKORN  (891 views)

What is Chaiwat doing now?

โอย....เหนื่อย.....
More than 1 month ago  ·  Comment »

Age

31

Location

Bordeaux, France

Birthday

October 10
 
Advertisement

Info

http://chaiwathow.hi5.com - Send it to your friends

Age

31

Birthday

October 10

Location

Bordeaux, France

 

About Me

Je suis quelqu'un qui t' attends quelque part. Ce n'est pas loin où tu me trouves si tu ouvres bien tes yeux...Me vois-tu? Pas encore? Bonjour! Tout le mond. อยากติดต่อเรา ขอเชิญที่นี่นะ เราจะอยู่ที่นี่บ่อยกว่า www.chaiwathow.multiply.com

MyHeritage: Family tree - Genealogy - Celebrity - Collage - Morph

Interests

เนื่องด้วยเพื่อนสมัยมัธยมคนหนึ่งจะจัดงานเลี้ยงรุ่น เค้าก็เลยวานให้เราเขียนใบโฆษณาชักชวนเพื่อนๆให้มาร่วมงานกันเยอะๆ เราก็ไม่รู้จะครีเอทยังไง ระหว่างที่คิดอยู่นั้น เพื่อนคนหนึ่งที่ไม่ได้ติดต่อกันนานมากก็โทรมา เราเลยแจ้งข่าวเรื่องงานเลี้ยงรุ่น มันก็บรรยายชีวิตของมันตอนนี้ให้ฟัง หลังจากวางสาย ก็เลยคิดว่า ทำอย่างที่เราถนัดดีกว่า เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาโดยใช้เรื่องราวบางส่วนของเพื่อนที่เล่าให้ฟังเมื่อครู่ บวกกับจินตนาการอีกนิดหน่อย แล้วค่อยแนบใบกำหนดการไปกับไฟล์เรื่องสั้น คงจะกระตุ้นความสนใจของเพื่อนได้บ้าง คิดเอาเอง ไม่รู้จะเวิร์คหรือเปล่า อ่านเองแล้วกันนะ

เงาสะท้อน...จากตัวตน

From the bottom of his heart...


จังหวัดเชียงใหม่ กลางเดือนธันวาคม


เย็นวันหนึ่ง... อากาศตอนหัวค่ำของอำเภอเมืองเชียงใหม่ในช่วงกลางเดือนธันวาคมแผ่ซ่านความเย็นสบายไปทั่ว สีสันมากมายบนเสื้อผ้า เสื้อกันหนาว และผ้าพันคอที่ผู้คนนำมาประดับประดาเรือนกายราวกับจะเป็นส่วนหนึ่งที่แต่งแต้มให้เมืองดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าฤดูใดๆ สีสันแห่งอาภรณ์ที่พริ้วไวไปตามอิริยาบทของผู้สวมใส่ ให้ความรู้สึกว่ามันส่องแสงแข่งกับแสงสียามรัตติกาลของตัวเมืองอย่างไม่ยอมวางมือ และนี่เองคือเสน่ห์ของเมืองที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างมุ่งจะมาสัมผัส


ผู้คนต่างออกมากันอย่างคราคร่ำบนสองข้างริมฟุตบาท บ้างนั่งจิบกาแฟตามร้าน Café เล็กๆตามข้างทางและซึมซับบรรยากาศโดยรอบ บ้างก็เดินช็อปปิ้งซื้อของ คู่หนุ่มสาวเดินจับมือหัวร่อต่อกระซิกกันตามประสาคู่รักแรกรุ่น


เด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลายประมาณ 6-7 คนเดินเกาะกลุ่มใหญ่ ทั้งกลุ่มต่างคุยกันอย่างร่าเริงและออกรสออกชาติ ราวกับว่า พวกเธอเพิ่งจะได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองให้ออกมาเดินยามค่ำคืนเป็นครั้งแรก ไม่มีใครให้ความสนใจกับนักเรียนหญิงกลุ่มนี้เท่าใดนัก ถึงแม้ว่าพวกเธอจะสื่อสารกันด้วยเสียงอันดัง แต่ด้วยความวุ่นวายของตัวเมือง เสียงโหวกเหวกของกลุ่มนักเรียนหญิงจึงถูกดูดกลืนไปในความอลหม่านแห่งความสุขของผู้คนในบริเวณนั้น


จะมีก็เพียงแต่...ชายร่างท้วม สูงใหญ่ ในชุดสูทภูมิฐานที่มักจะเดินผ่านถนนเส้นนี้เป็นประจหลังจากเลิกงาน เขาหยุดยืนจ้องมองอิริยาบทอันเริงร่าของกลุ่มนักเรียนหญิงดุจพรานบุญที่แอบจ้องมองเหล่ากินรีเล่นน้ำในสระอโนดาต ต่างกันตรงที่ เขามิได้ปรารถนาสิ่งใดจากกลุ่มนักเรียนหญิงเหล่านี้ สายตาว่างเปล่ายังคงจับจ้องกลุ่มนักเรียนหญิงไปจนลับตา หากแต่หัวใจของเขากลับล่องลอย...ช้ๆา...เบาๆ...ดุจปุยนุ่น ที่ถูกลมหวนแห่งมิติเวลาพัดลอยหายไปในห้วงคำนึงอันเยาว์วัย...

.............................................................................

เขามารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่นาฬิกาปลุกดังขึ้นเวลาสี่ทุ่ม เขาหันมองดูนาฬิกาด้วยสีหน้าซีดเผือด พร้อมกับวิ่งไปกดปิดอย่างรีบร้อน เขามองไปรอบๆบริเวณอย่างสำรวจตรวจตรา มันคืออพาร์ตเมนต์ของเขานั่นเอง



“ แย่แล้ว นี่เราเป็นอะไรไป เรากลับมาที่นี่ได้ยังไง...เฮ้อ...สงสัยจะเหม่ออีกแล้ว เราคงจะทำงานหนักเกินไปจริงๆ”


ชายร่างท้วมเริ่มคิดถึงกลุ่มนักเรียนหญิงเมื่อตอนหัวค่ำ ความสดใสเริงร่าที่ปรากฎบนดวงหน้าเยาว์วัยนั้น เครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลาย ดาวสามดวงเหนือชื่อที่ถูกปักไว้ด้านซ้ายมือขงเสื้อแสดงระดับชั้นมัธยม6


“ โอ้ย! เราท่าจะบ้า สนใจอะไรกับยัยพวกนั้น”


ชายหนุ่มส่ายหัวเพื่อลบภาพนั้นออกไปจากห้วงคำนึง เขาพยายามคิดทบทวนไปถึงเรื่องการทำงานเมื่อตอนกลางวัน ชีวิตพนักงานการเงินของโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งของเชียงใหม่ บังคับให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงลักษณะการดำเนินชีวิตอย่างมหาศาล เขาไม่เชิงพอใจกับงานแบบนี้นัก หากแต่ค่าตอบแทนคือตัวเลขที่ยากจะปฏิเสธ หากแต่เมื่อเขาทำงาน เขาจำเป็นต้องมีท่าทางน่าเชื่อถือ เงียบขรึม สุขุม ลุ่มลึก และต้องซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ภายในส่วนที่ลึกที่สุด เมื่อนานเข้า บุคลิกภาพที่เขาสร้างขึ้นเพื่อแลกกับความไว้เนื้อเชื่อใจจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานกลับเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของเขาแบบตลอดเวลา แม้แต่ยามไม่ได้ทำงาน เเขาก็ยังดำเนินชีวิตเหมือนกำลังทำงาน ธรรมชาติจริงๆของเขาเริ่มเลือยนหายไปแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันหายไปได้อย่างไร และตั้งแต่เมื่อไหร่


เขาหวนคิดไปถึงการสนทนาทางโทรศัพท์กับมารดาเมื่อตอนพักเที่ยง แม่ของเขาขอร้องให้เขากลับไปเยี่ยมบ้านบ้างช่วงวันปีใหม่ เพราะเขาไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านมาเกือบสามปีแล้วเนื่องด้วยหน้าที่การงานที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา คำว่า “บ้าน” หรือคำว่า “พิษณุโลก” ดูจะห่างไกลจากเขาไปทุกที ปีนี้ก็เช่นกัน เขาปฏิเสธอีกครั้ง แม่ของเขามีน้ำเสียงเศร้าลง แต่ก็เข้าใจในหน้าที่การงานที่ลูกของตนรับผิดชอบ ก่อนที่เธอจะวางสาย เธอนึกขึ้นได้เรื่องนึก จึงเอ่ยขึ้น


“เอ้อ นี่ลูก เมื่อเช้านี้มีเพื่อนลูกโทรมาที่บ้าน เพื่อนสมัยเรียนเฉลิมขวัญฯหนะ เค้าจะจัดวานเลี้ยงรุ่นกัน วันที่ 2 มกรานี้ ที่ร้าน Le Salin ใกล้ๆแมคโคร แม่ให้เบอร์ใหม่ของลูกไปแล้ว เดี๋ยวเค้าคงโทรไป แต่ลูกคงจะลงมาไม่ได้สินะ ไม่เป็นไรจ๊ะ เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน”


ทันทีที่มารดาวางสาย เขาเริ่มฉุกคิด “งานเลี้ยงรุ่น” “เพื่อนเฉลิมขวัญฯ” ความรู้สึกของเขาเหมือนจะล่องลอยอีกครั้ง ดวงตาว่างเปล่า เหมือนกำลังคิดถึงสิ่งที่อยู่แสนไกลเขาเลื่อนตัวเองลุกขึ้นจากเตียง เดินโซเซไปมาอย่างไร้จุดหมายในห้องแคบๆ ไม่นาน เขาก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่กับประตูตู้เสื้อผ้า เขามองตัวเองที่หน้ากระจกด้วยอาการเหม่อลอย ชายร่างท้วมในชุดสูทเอ่ยถามอย่างพร่ำเพ้อ “นี่คือตัวชั้นเหรอ!!! ตัวชั้นจริงๆเหรอเนี่ย...”


เขารู้สึกเหมือนมีน้ำอุ่นๆคลอหน่วยที่เบ้าตา ทันใดนั้น ส่วนบนกึ่งกลางของกระจกก็เริ่มปริตัวเองออก รอยแตกลากยาวผ่ากลางกระจกจนถึงส่วนที่ส่องให้เห็นเท้าของชายหนุ่ม ภาพสะท้อนตัวเขาถูกแยกออกเป็นสองส่วนในเวลาชั่วพริบตา


เงาสะท้อนจากกระจกซีกซ้าย ยังคงส่องให้เห็นตัวเขาในชุดสูทดำภูมิฐาน เขาเอื้อมมือขึ้นมาลูบแก้มข้างซ้ายของตัวเอง เมื่อเขาพบว่า ใบหน้าของเขาในกระจกมีหยาดน้ำตาใหลออกมาจากดวงตาข้างซ้าย แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเปียกชื้นบนแก้มของเขา นั่นแสดงว่า ใบหน้าซีกซ้ายในกระจกของเขากำลังร้องไห้!!!


จากนั้น...ในทันทีที่เขาสังเกตกระจกส่วนที่ปริแตกออกเป็นซีกขวา มันกลับฉายภาพของหญิงร่างใหญ่คนหนึ่ง ไม่ ไม่สิ... เขาคิดใหม่ เขาจ้องมองเธอคนนั้นดีๆ ใบหน้าอ้วนกลม ผมที่ดูเหมือนวิกมากกว่าผมจริงถูกตัดเป็นทรงบ็อบเทถึงแค่ใบหูซึ่งเป็นทรงผมฮิตของผู้หญิงแรงๆในสมัย 10 กว่าปีที่แล้ว ใบหน้าที่ถูกกลบด้วยเครืองสำอางหนาเข้ม สีหน้าอ่อนเยาว์ที่พร้อมและดูปราศจากความหวาดกลัวใดๆต่อเสียงหัวเราะและคำวิจารณ์


“ให้ตายสิ!!! ไม่จริงๆ! ไม่จริง!


ชายหนุ่มอุทานออกมาอย่างลืมตัว เพราะใบหน้าในกระจกซีกขวานั้นคือใบหน้าของเขานั่นเอง ตัวเขาในชุดแต่งกายที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับชุดที่เขาสวมใส่อยู่จริง เขาก้าวถอยออกมาให้ห่างจากกระจกบานนั้น แต่ทันใดนั้น!!! กระจกบานใหญ่ที่ปริแยกเป็นสองชิ้นก็เกิดอาการบวมขึ้นจากภายใน แล้วมันก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและพุ่งเข้ามาที่ตัวเขาอย่างรวดเร็วราวกับมีแรงดันมหาศาลจากภายใน เศษกระจกพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วจนเขาไม่มีเวลาจะคิดพาร่างหลบลี้ไปในทิศทางใด


ราวปาฏิหารย์ เศษกระจกนับพันชิ้นกลับพุ่งผ่านร่างกายของเขา ราวกับว่าร่างกายของเขาเปลี่ยนมวลสสารกลายเป็นควันไปชั่วขณะ ยังไม่ทันที่เขาจะสำรวจตัวเอง ภายใต้กรอบกระจกที่แตกพุ่งออกมากลับปรากฎกระจกอีกบานหนึ่งอยู่ภายใน กระจกบานใหม่ใบใหญ่เท่าขนาดตู้เสื้อผ้า ฉายภาพสะท้อนชัดเจนราวกับโทรทัศน์สีจอแบนใบเขื่องในห้างสรรพสินค้า


มันคือภาพของชายหนุ่มนั่นเอง ทว่าเป็นส่วนซีกขวากำลังเปลี่ยนอิริยาบทอย่างรวดเร็วต่อหน้าผู้คนนับพัน ตัวเขาในกระจก ใบหน้าขาวผ่องด้วยรองพื้นราคาถูก คิ้วถูกโกนและเขียนขึ้นใหม่ให้โค้งดังขอบชาม ขนตาปลอมงอนโง้ง แก้มชมพูเข้มราวกับถูกตบมากกว่าปัดบรัชออน สันจมูกแต้มสีไฮด์ไลท์จนดูโดดเด่นดุจเทือกเขาตะนาวศรี ปากแดงสีเลือดนก ทั้งชุดที่เขาสวมใส่เป็นสีเดียวกับปาก ยิ่งขับให้เขาโดดเด่นเมื่อต้องแดดยามบ่าย แขนเสื้อส่วนไหล่ฟูและพอง ส่วนหน้าอกจนถึงเอวถูกรัดรึงด้วยเชือกที่ผูกแน่นไว้ด้านหลังเน้นให้หน้าอกเสริมดูตั้งชันขึ้นไปอีก ส่วนกระโปรงสีเดียวกับเสื้อมีลักษณะสั้นเหนือเข่าและพองเหมือนสุ่มไก่ที่ถูกยกให้สูงขึ้นเปิดรับให้เห็นเรียวขาที่ไม่จัดว่าเล็กน่ามอง ทว่าถูกปกคลุมด้วยถุงน่องตาข่ายดำ และยังเสริมความสูงใหญ่ด้วยรองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีดที่สั่งตัดมาเป็นพิเศษ

“พายุ ปับปับปับ พระอาทิตย์ ปับปับปับ อิทธิฤทธิ์ ปับปับปับ สีแดงผู้พิชิต 12 123 12 12 1”


ตัวของเขาในกระจกโยกย้ายผายมือไปตามจังหวะเพลงและการปรบมืออย่างคล่องแคล่วและสวยงาม ตามด้วยเสียงกรี๊ดแสดงความพอใจของคนดูทั้งสแตนเชียร์ มันคือตัวของชายหนุ่มในอดีตเมื่อสักสิบกว่าปีมาแล้ว เหตุการณ์วันกีฬาสีของโรงเรียน ไม่มีใครยอมให้เขาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ทั้งๆที่เขาอยากแสดงความสามารถใจจะขาด เขาจึงสถาปนาตัวเองเป็นลีดเดอร์อีกชุดหนึ่ง และด้วยความสามารถ เขาก็เอาชนะใจคนดูได้ทั้งโรงเรียนโดยไม่ยาก ถึงขนาดที่เชียร์ลีดเดอร์ตัวจริงยังต้องขึ้นไปนั่งสแตนตบมือร้องเพลงให้เขาเต้น


การกระทำของเขาในวันนั้น หลายคนอาจจะมองว่ามันไม่เข้าท่า แม้แต่เขาเองในตอนนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่า “กูทำไปได้ยังไงวะ” หากแต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าใบหน้าที่เปี่ยมสุขของเขาในตอนนั้น มันทำให้เขาในตอนนี้ยิ้มตามไปด้วยอย่างลืมตัว จริงๆแล้ว มันก็เป็นเพียงแค่การแสดงออกซึ่งตัวตนของคนๆหนึ่งที่มิได้คิดประสงค์มุ่งร้ายใคร คนๆหนึ่งที่หวังเพียงจะทำฝันให้เป็นจริง และแค่อยากจะให้คนที่เขาแอบรัก หันมามองและสนใจเขาบ้างเท่านั้นเอง ถึงแม้มันจะเป็นเพียงเสียงหัวเราะขำขันก็ตาม


ภาพสะท้อนและเสียงอึกทึกในอดีตค่อยๆเลือนหายไปช้าๆ เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินอย่างแผ่วเบาจากเพื่อนๆบนสแตนเชียร์ ก่อนที่จะเหลือไว้เพียงความเงียบสงัด คือวรรคสุดท้ายของเพลงที่เขาคุ้นหู...

“เฉลิมขวัญประดุจเหย้า บ้านของเราสถาวรเอย”


เขาทรุดตัวลงนั่งบนเข่าตัวเอง แก้มรื้นไปด้วยน้ำตาของความรู้สึกโหยหากับภาพที่เพิ่งเลือนหายไป กระจกวิเศษกลับกลายมาเป็นกระจกธรรมดาอีกครั้งก่อนที่มันจะปริแยกออก สายตาบ่งอารมณ์โหยหาบางสิ่งที่เลือนหายไปเมื่อนานมาแล้ว ความเงียบยังคงครอบงำบรรยากาศในห้องต่อไป.....

“ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ” เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะความเงียบ ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นจากพวังค์ แล้วรีบวิ่งไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครโทรมา ทันทีที่เห็นชื่อที่ได้บันทึกไว้นานแสนนานแต่เขาก็ลืมที่จะโทรหาทุกครั้ง เขาก็รีบกดรับและรีบพูดอย่างละล่ำละลักอย่างไม่เคยเป็น

“อีอ้วน!!! ฉันคิดถึงแก!!!



-----------------จบ------------------


ป.ล. ได้ข่าวว่า ตัวละครเอกในเรื่องกำลังทำเรื่องลางานที่เชียงใหม่ เพื่อลงมาฉลองงานเลี้ยงรุ่น อยากรู้มั้ยว่าเขาเป็นใคร มาพบกับเฉลยได้ในวันงานนะจ๊ะ



ชัยวัฒน์ หอวรรณภากร (อ้วน) ห้อง7

1:05 AM

22/12/2008

Favorite Music

รักคุดๆของตุ๊ดคนหนึ่ง Introduction
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้รับโทรศัพท์จากรุ่นพี่ที่สนิทกันมากๆสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้มันทำงานเขียนให้หนังสือยอดนิยมฉบับหนึ่ง ก่อนหน้านี้ ผมได้ส่งตอนแรกของงานเขียนของผมไปให้มันอ่าน และมันก็ตอบกลับมาว่า
" นี่เธอ ชั้นอ่านงานของเธอแล้วนะ "
" เป็นไงบ้างครับพี่ อ่านแล้วใช้ได้มั้ย ต้องแก้อะไรมั้ย " ผมถามอย่างตื่นเต้น
" ไม่มีอ่ะ ไม่มีอะไรต้องแก้เลย สนุกมากด้วย "
" ถ้าอย่างนั้น พี่จะเอาเรื่องของผมลงในหนังสือพี่ใช่มั้ยครับ" ผมถามด้วยหัวใจลิงโลด
" ชั้นไม่เอาลงหรอกย่ะ เรื่องพรรค์นี้ ขืนเอาลงชั้นได้ถูกไล่ออกจากงานพอดี "
" อ้าว! ก็ไหนพี่บอกว่าสนุกดีไงล่ะ " ผมคิดในใจว่าอีแก่นี่วอนเสียแล้ว หรือไม่ก็กำลังหาทางให้เราจ่ายเงินใต้โต๊ะให้มัน
" ก็ชั้นทำหนังสือNational Geagraphicนี่ยะ! จะให้ชั้นลงเรื่อง รักคุดๆของตุ๊ดโง่ๆ ได้ยังไง โอ้ย! จะบ้าตาย เกิดมาเป็นตุ๊ดก็หนักพอแล้ว ยังจะมาสาระแนโชว์โง่ให้ชั้นดูอีก ส่งเรื่องของแกไปให้ขายหัวเราะนู่น ไป๊! "
" แคร้ง! " พี่แกวางโทรศัพท์อย่างนิ่มนวลเสียจนผมรู้สึกเบาหูจนเวียนหัว
อ้าว ใครจะไปรู้ล่ะว่าNational Geagraphicไม่ชอบแนวนี้ เห็นชอบลงเรื่องแปลกๆ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกงี้ กระเทยก็เป็นเพศมหัศจรรย์นะยะ เป็นได้ทั้งเพศหญิงและชายในเวลาเดียวกัน ถึงแม้จะไม่แปลกถึงขนาดล้อมผ้า หาเงินได้เหมือนเมียงู แต่ก็ทำให้ผู้ชายทุกคนขึ้นสวรรค์ได้ไม่แพ้ผู้หญิงนะเคอะ... แล้วนี่อีเจ๊ถือดียังไงมาเปลี่ยนชื่อเรื่องของเรา " รักคุดๆของตุ๊ดคนหนึ่ง " ย่ะ ไม่ใช่ตุ๊ดโง่ๆ ถ้าชั้นโง่ก็เรียนไม่จบปริญญาโทหรอกย่ะ อีโง่! โด่...รมณ์เสียเลย(เพลงอาภาพรขึ้นเลย)
เฮ้อ! ในเมื่อเอาไปลงหนังสือแล้วเขาไม่เอา ก็เอามาลงในบล็อคตัวเองก็แล้วกัน ยังไงก็ช่วยๆกันอ่านแล้วส่งเสียงหน่อยนะคะ เรื่องนี้อาจจะไม่อ่านสนุกมากจนสำเร็จความใคร่ได้เอง แต่ก็คงถึงใจใครหลายๆคนนะฮ๊าาาาาา
ป.ล. เรื่องนี้ผมอาจจะใช้หางเสียงสับสนไปบ้าง คือ เดี๋ยวก็ครับ เดี๋ยวก็ค่ะ ก็ขอภัยใว้นะที่นี้ เห็นใจเถอะครับ ขนาดเพศตัวเอง ใช้มันมาตั้งเกือบสามสิบปีแล้วก็ยังสบสนอยู่เลย ว่าแต่คนอ่านหน่ะ ใครสับสนยกมือขึ้น!
 

Favorite Movies

The silence of the lamps, Hannibal, Red Dragon, Constantine, เพื่อนกูรักมึงว่ะ, บอดี้ศพ19, ไชยา, เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์, ยังไงก็รัก, เก๋าเก๋า, เป็นชู้กับผี, 13เกมสยอง
 

Favorite Books

ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน,สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน,เวลา,กรณีฆาตกรรมโต๊ะอิหม่ามสะปาตอ กาเด, "Le Cercle de Megiddo" of Nathalie RHEIMS, "J'avais douze ans" of Nathalie SCHWEIGHOFFER, "Mes chères études" of Laura D., "La tentation de l'Occident" of André MALRAUX
 

Favorite Quote

Le silence est le complice de tous les abus. การเงียบคือการสมรู้ร่วมคิดในการล่วงละเมิดทุกๆอย่าง
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Recently played


  • Scored: 3,990
    Top Score: 3,990

 

Journal

View All 8 Entries    Add Comment

Mes Chères Etudes : Dec 19, 2008
เมื่อสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ไปเดินเล่นที่ร้านขายหนังสือร้านโปรด ระหว่างที่เดินอยู่นั้น สายตาก็ไปสบกับหนังสือเล่มหนึ่งที่ได้รับเกียรติจัดวางอยู่ใน rayon de nouveauté ( ชั้นหนังสือใหม่ ) หน้าปกหนังสือเล่มนี้เป็นรูปผู้หญิงหันหน้าตรงมาทางผม ด้านหลังเธอเป็น
กำแพงสกปรกราวกับเป็นทางตันแต่ทว่าเธอกลับยืนพิงกำแพงนั้นราวกับว่าไม่ยี่หระต่อความ สกปรกนั้น เธอแต่งตัวแปลกๆครับ ร่างกายซีกขวาของเธอใส่เสื้อสเวเตอร์แขนยาวสีดำ ในมือหอบตำราเรียนหลายเล่มหนีบไว้ข้างลำตัว ส่วนตัวเธออีกซีกหนึ่ง กลับใส่ชุดแซ็ค กระโปรงสั้นสีแดง เกาะอก เปลือยแขน เล็บที่ทาสีแดงคีบธนบัตรสกุลเงินยูโรหลายใบ แต่ที่ดึงดูดความสนใจที่สุดคือ ใบหน้าของเธอครับ หน้าของเธอถูกปิดบังไว้ด้วยเทคนิคทำ หมอกซ่อนเค้าหน้าจริงเอาไว้ ดูหน้ากลัวเหมือนเวลาที่เรามองเห็นคนไม่มีหัว เป็นลางสังหรณ์ ว่าคนผู้นั้นอาจจะมีเคราะห์ถึงแก่ชีวิตในไม่ช้า

หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า Mes chères études หากจะแปลเป็นภาษาไทยแบบขวานผ่าซาก ก็น่าจะแปลว่า "การศึกษาที่แสนแพง" แต่หากจะแปลแบบมีนัยยะ หรือ แบบมืออาชีพก็น่าจะ
ได้ว่า "บทเรียนราคาแพง"

ตอนแรกที่ผมพลิกหนังสือเล่มนี้ไปมา ผมกลับไม่สามาถจำกัดความได้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็นแบบ
ไหน ( ไม่ใช่แบบรุกกับรับนะ ) แต่ผมแยกประเภทไม่ได้ว่าหนังสือเล่มนี้ เป็นนวนิยาย เรื่องสั้น หรือบทความ แต่พอผมลองสังเกตคำบรรยายดีๆ จึงได้รู้ว่า หนังสือเล่มนี้จัดอยู่ในประเภท témoignage หากจะแปลเป็นไทยก็น่าจะเป็นประเภท บันทึกคำบอกเล่า อะไรประมาณนี้

บันทึกคำบอกเล่าเล่มนี้เป็นเรื่องราวชีวิตจริงช่วงหนึ่งของนักศึกษาขายตัวชาวฝรั่งเศส ที่ใช้นามแฝงว่า Laura D. ผู้หญิงคนนี้โตมาจากครอบครัวที่ไม่นับว่าอดอยากแร้นแค้น แต่ก็ต้องรัดเข็มขัดกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาที่เธอได้เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย พ่อแม่ ของเธอก็มีปัญญแค่สามารถจ่ายค่าเทอมให้เธอเท่านั้น แต่ค่ากินอยู่ ค่าที่พัก ค่าอุปกรณ์การเรียน ไม่ต้องไปพูดถึง เธอต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ทั้งหมดคนเดียว ด้วยค่าครองชีพที่สูงและงานtelemarkettingซึ่งเป็นงานนอกเวลาที่เธอทำอยู่ในระหว่างเรียน ไม่สามารถทำให้เธอมีเงินพอรองรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ เธอต้องเผชิญกับความยากลำบาก เธอต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในระหว่างวันต่างๆเพื่อให้มีเงินพอจ่ายค่าที่พัก ค่าน้ำไฟ ในตอนสิ้นเดือน เธอไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อแซนวิชที่ถูกที่สุดราคาไม่ถึงสองยูโรในโรงอาหาร ของมหาวิทยาลัยได้ เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับกลิ่นของความจนที่ครอบงำจนน้ำหนักเธอลดลง ไปเกือบสิบกิโลในระยะเวลาเพียงเดือนสองเดือน นอกจากกลิ่นของความจนแล้ว เธอยังต้องเผชิญกับสายตาอันดูถูกเหยียดหยามจากบรรดาเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจขายตัวเพื่อแลกกับเงินที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของเธอได้ และจากการตัดสินใจในครั้งนี้ ก็ทำให้เธอได้พบกับบทเรียนราคาแพง

จากที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พบว่า หนังสือได้พูดถึงปรากฏการณ์ในสังคมฝรั่งเศสปัจจุบัน และปรากฏการณ์นี้ก็กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยเช่นกัน นั่นก็คือ การที่นักศึกษาพากันออกมา
หาายได้พิเศษด้วยการขายตัว นอกจากนี้ Laura ยังให้ข้อมูลอีกว่าในปัจจุบัน นักศึกษาหญิงในฝรั่งเศสที่ประกอบอาชีพแบบเธอในระหว่างปีการศึกษามีมากกว่า40,000คน ด้วยกัน

ในตอนท้ายของหนังสือยังมีบท Postface หรืออาจจะเรียกได้ว่า บทส่งท้าย หรือ ปัจฉิมบท ที่พูดถึงการค้าประเวณีของนักศึกษาฝรั่งเศสในยุคอินเตอร์เนท เขียนโดย Eva Clounet นักศึกษาปริญญาโทด้านสังคมวิทยา ในบทนี้ ผู้เขียนได้เขียนเป็นบทความทางวิชาการที่สรุป
มาจากงานวิจัยของผู้เขียน ได้บอกถึงสาเหตุหรือความจริงทางสังคมที่เป็นต้นเหตุผลักดัน ให้เกิดปรากฏการณ์อุบาทว์นี้ในสังคม เช่นมีตอนหนึ่งได้อธิบายว่า ในหลายๆปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายที่นักศึกษาทุกคนต้องจ่ายเช่น ค่าเล่าเรียน ค่าประกันสังคม ค่าอพาร์ตเมนต์นักศึกษา ค่าอาหารในโรงอาหารในมหาวิทยาลัยได้มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นถึง 23% ในขณะที่อัตราทุนช่วยเหลือของมหาวิทยาลัย หรือเงินช่วยเหลือลดหย่อนค่าที่พักของ นักศึกษาเพิ่มขึ้นมาเพียง 10% จากเหตุการณ์นี้ทำให้นักศึกษาต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ทาง
การเงินที่ไม่สมดุลย์กันเพิ่มขึ้นทุกๆปี

ในบทส่งท้ายนี้ Eva ผู้เขียนได้อธิบายถึง 3 เหตุผลหลักที่ผลักดันให้นักศึกษาผรั่งเศสตัดสิน ใจขายตัว

ประการแรกและเป็นอัตราที่มากที่สุด คือ เหตุผลทางด้านเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับนักศึกษาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จในการศึกษา ในกรณีนี้เป็นกรณีเดียวกับLauraผู้เล่าเรื่องในหนังสือเล่มนี้

ประการที่สอง คือ นักศึกษาบางคนขายตัวมิได้เพราะเพื่อต้องการเงินเป็นหลัก แต่ต้องการทำตัวขบถต่อ ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม พวกนี้ไม่ได้ทำเพราะเงิน ทองแต่ทำเพื่ออุดมการณ์ส่วนตัว คิดว่าค่าของคนมิได้อยู่ที่ความบริสุทธิ์ของหญิงสาว พวกนี้แทนที่จะให้เอาฟรีๆ ก็จ่ายสตางค์ค่าบำรุงหน่อยละกัน กรณีนี้ไม่ค่อยพบในเมืองไทย

ประการสุดท้าย พวกนี้คือพวกอกหัก เสียตัวให้ผู้ชายไปแล้ว เค้าก็ตีจาก ก็เลยเกิดอาการประชดชีวิตด้วยการขายตัว เพราะเธอคิดว่าเธอไม่มีค่าอะไรในตัวเธออีกแล้ว พวกเธอจึงต้องพยายามทำให้มันเกิดมูลค่าขึ้นมา

พออ่านมาถึงตอนนี้ ผมก็รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสยังรุนแรงน้อยกว่าประเทศไทยนัก เพราะนักศึกษาขายตัวไทยเราเค้ามิได้ขายตัวเพื่อการศึกษาจริงๆครับ แต่เค้าขายกันเพื่อ ค่านิยมในเรื่องของสินค้าแบรนด์ดังๆ เพื่อโทรศัพท์มือถือรุ่นแพงๆ เพื่อความสะดวกสบาย จนเกินพอดีในการใช้ชีวิต ขายเพื่อรองรับความฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อของตนเอง

อย่างไรก็ตาม นักศึกษาขายตัวในฝรั่งเศสมักจะเลิกอาชีพนี้ทันทีที่ตนเองเรียนจบ ไม่มีใครพอใจในสถานภาพหรือมีความภาคภูมิใจในอาชีพนี้ แล้วน้องๆนักศึกษาขายตัวใน ไทยล่ะครับ พวกเค้าจะเลิกอาชีพนี้กันเมื่อไหร่ หรือต้องรอให้โรงงานหลุยส์ วิตตอง ปราด้า กุชชี่ ฯลฯ หยุดผลิตสินค้าเป็นการถาวรเสียก่อน

จะว่าไป น้องนักศึกษาขายตัวในฝรั่งเศสยังมีสมองมากกว่าน้องนักศึกษาขายตัวของพี่ไทยเรา ซะอีกนะ

Applications

Browse Applications

Music iLike
Add music and videos to your profile, list your favorite artists, and test your skill in the Music...

SuperFive!
Tired of the same old fives? Add SuperFive to do stuff to your friends: hug, slap, tickle and more!

Likeness
Who are you like? Compare yourself with friends and find your perfect match!

Graffiti
Draw something fun on your friends' profiles! Create the next hi5 graffiti masterpiece.

 

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

Chaiwat has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for Chaiwat

Dec 11 8:04 PM
 
อ้วน

งานเลี้ยงรุ่นจะมีขึ้นในวันที่ 2 ม.ค.53 เริ่มเวลา 18.00 น.
สถานที่จัดงานร้าน Le'sarin lagoon (แยกแม็กโคเลี้ยวขวา เจอยูเทินแรกเลี้ยว ร้านอยู่ซ้ายมือ จะทำแผนที่มาให้อีกทีจ้า)

ค่าใช้จ่ายต่อคน 250 บาท
***ถ้ามีผู้ติดตาม เช่นคุณสามี คุณภรรยา คุณแฟน คุณเพื่อน ฯลฯ ทางทีมงานขอจัดเก็บค่าใช้จ่ายคนละ 200 บาทต่อคน แต่จะไม่มีของที่ระลึกให้นะจ๊ะ***

*******ถ้าผู้ติดตามเป็น คุณลูก ยกเว้นค่าใช้จ่ายจ้า...ไม่คิดเงิน ลูกๆทานฟรี*******

เพื่อนๆสามารถจ่ายเงินได้หลายช่องทางด้วยกัน ดังนี้ (ภายในวันที่ 25 ธ.ค.52)

1.โอนเงินมาที่ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 723-0-01653-2 สาขาย่อย ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ชื่อบัญชี นางกมนนัทธ์ มีสัตย์
2.มาจ่ายด้วยตนเองที่บ้านก็ได้จ้า
สำหรับเพื่อนๆอาจจะโอนเงินรวมกันมาหลายๆคนก็ได้นะ เมื่อเพื่อนๆโอนเงินมาแล้ว ขอให้แจ้งให้ต้องทราบด้วย
ทางhi5(http://kamonnut-tong.hi5.com) ,
กระทู้ (http://hi5.com/friend/group/1999805--18339831--Chalermkwanstree%2BSchool--%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD--topic-html),
mail(yai_gaw@hotmail.com ),
โทรศัพท์ (083-624-3998)
เพื่อความสะดวกยังไงขอให้เพื่อนๆช่วยส่งใบสำคัญการโอนเงินมาเป็นหลักฐานด้วยนะจ๊ะ
จะได้สะดวกในการเช็คยอดเงินที่โอนเข้ามา


ชี้แจ้งเรื่องการเก็บเงินซะเล็กน้อยนะจ๊ะ
อันเนื่องจากการดำเนินงานต่างๆในครั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายกันก่อน เช่น ค่าจองห้อง ค่ามัดจำอาหาร ค่าสั่งทำของที่ระลึกงานเลี้ยงรุ่น ฯลฯ

ดังนั้นการที่เพื่อนๆยื่นความประสงค์จะมาร่วมงานเลี้ยงเป็นจำนวนมาก จึงทำให้รายจ่ายก็มีมากตาม จึงอยากให้เกิดความมั่นใจว่าเพื่อนๆจะมาแน่ๆ
เพื่อไม่ให้เกิดการสั่งจองอาหารและของที่ระลึกเกินจำนวนเพื่อนๆที่จะมา...

ค่าใช้จ่าย 250 บาท นี้...จะรวมถึง ค่าอาหารและเครื่องดื่ม(ไม่รวมเครื่องแอลกอฮอล์) และค่าของที่ระลึกงานเลี้ยงรุ่น

สำหรับเพื่อนๆที่จะทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจจะนำมาเอง หรือจะสั่งกับทางร้านก็ได้ แต่จะตัดบิล(เก็บเงิน)ทันที แยกส่วนกับอาหารและเครื่องดื่มที่ทางงานจัดเอาไว้
เพื่อความสะดวกและง่ายในการจ่ายเงินและง่ายต่อการควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้งบบานปลาย

แล้วมาเจอกันนะเพื่อนๆ
 
Nov 28 9:14 AM
 
เป็นไงบ้างแก
 
 
Oct 30 3:12 PM
 
category_id=117&sid=f810855aaa4aaa2c532383b12789d1aa" target="_blank">คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
Oct 21 9:13 AM
kan G says:
 
พี่ อ้วน ดี ค่ะ

สบายดีไหมค่ะ
 
Oct 11 2:20 AM
 
อันนี้พวกผมช่วยกันคิด แล้วให้บอกครูว่า

พวกเราขอบคุณมากนะครับที่ครูสอนพวกเรามา ขอบคุณมากเลยนะครับ

พวกเรารักครูนะครับ
เด็กฝรั่งเศส ม.1 ทุกคน
 
Oct 9 9:41 PM
 
สุขสันต์วันเกิดนะฮะ

เด็กฝรั่งเศส ม.1.1 ทุกคน
 
Oct 9 8:05 PM
 
สุขสันต์วันเกิดคร้าบ ^^
 
Oct 9 3:08 AM
 
ขออำนวยอวยพรล่วงหน้านะคะ

พรดีดีใดใดในโลกหล้า
ขอจงมาบังเกิดแลส่งผล
กิจการงานรุ่งเรืองรวยล้นพ้น
ผัวรักจนโงไม่ได้ไร้โรคา

มีความสุขมากๆๆๆๆๆนะคะ เมาท์มอยกันบ้าวสิยะอย่าเงียบ
 
Oct 8 10:27 PM
 
bon jour, comment cava?
 
 
 
Sep 4 7:45 AM
Joy says:
 
โหวตทุกวันนะยะ มัวแต่จะโหวตพ่อนะ รุ่นนี้ไม่ต้องโหวตแล้วมั้ง
 
 
Sep 4 4:56 AM
 
นินจาหล่อมากอ้วน ใครๆ เห็นมองหม๊ด
เด็กอะไรน่ารักมาก
พี่จอยก็ยังเหมือนเดิม
สวย น่ารัก เหมือน เดิม พวกเราเจอกันวันแต่งงานเกดนะ
 
Sep 4 3:56 AM
 
คุณนาย ฝากโหวตให้ลูกชายพี่จอย น้องนินจา BB23
เค้าประกวดเด็กสุขภาพดีของนมตราหมี
http://www.momypedia.com/bbuht/photocontest/photo.aspx
ขอบคุณคะมาดามอ้วน
 
 
Aug 14 10:31 PM
 
5 ก.ย มีงานถนนเด็กเดินหน้าราชภัฎ..แกสนใจเปิดบูธอะไรไหม..ฟรี

อามน้องเราดูแล..ทำอะไรเกี่ยวกับฝรั่งเศษไหม..ต้องเกี่บวกับเด็กๆนะ เรา ตาล ปิ
จะไปเปิดบูธของจ่าทวีนะ
 
Aug 8 5:53 AM
 
Ta vie en Rose nayaa....
 
Aug 8 5:50 AM
 
อาจารย์ เพื่อนจะกลับบ้านนอกของเราวันที่ 12 - 16 ส.ค. อยากเจอ อยากรู้ว่าอาจรย์ทำดี รักเด็กไปถึงไหนแล้วอ้ะ หาเวลาออกจากอ้อมอกหนุ่มๆมาหาเพื่อน มากิน มาเม้าท์กันหน่อยละกันนะ

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks